ลงทุนทั้งที ควรมีที่ปรึกษา: ทำความรู้จัก SCB CIO Office ผู้ช่วยการลงทุนที่รู้รอบ รู้ลึก รู้จริง

HIGHLIGHTS 

ในยุคที่โลกของการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ถูกย้ายเข้าไปสู่ความเป็นดิจิทัลเกือบทั้งหมด แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความสะดวกสบายของลูกค้าอย่างเราๆ ที่สามารถทำธุรกรรมทุกอย่างง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว

 ข้อมูลทุกอย่างในโลกนี้ ก็สามารถค้นหาได้อย่างง่ายดายภายในพริบตา  รวมถึงข้อมูลด้านการลงทุน  ซึ่งในอดีตอาจจะเป็นข้อมูลที่เข้าถึงยาก ต้องเสียค่าบริการในการหาบทวิเคราะห์ซักฉบับนึง  แต่ในวันนี้ข้อมูลด้านการลงทุนสามารถค้นหาได้อย่างง่าย  มีมากมายจนบ่อยครั้งที่เราไม่แน่ใจถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลเหล่านั้น  จนทำให้เกิดความกลัวที่จะเริ่มลงทุน ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้น ที่ปรึกษาด้านการลงทุนจึงเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มองเห็นโอกาสของการให้บริการข้อมูลการลงทุนอันเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า จึงเกิดเป็น SCB Investment Center ศูนย์บริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลการลงทุนรอบด้านเท่านั้น แต่บริการหนึ่งที่เป็นจุดขายสำคัญของที่นี่ คือการให้คำปรึกษาโดยSCB CIO Office ซึ่งเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลงทุนทุกประเภท ให้คำปรึกษาได้อย่างใกล้ชิดซึ่งยังไม่มีธนาคารแห่งไหนใส่ใจให้บริการมากถึงขนาดนี้มาก่อนเพียงแค่นัดหมายผ่านระบบดิจิทัลล่วงหน้า ผ่านทาง www.scb.co.th/investmentcenter

The MATTER มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ Investment Advisory CIO Office Division ธนาคารไทยพาณิชย์ และในฐานะผู้ดูแลหน่วยงาน CIO (Chief Investment Officer) Office แห่ง SCB Investment Center ถึงหัวใจของบริการรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่อยากลงทุน แต่ยังไม่พร้อมหรือไม่มีเวลาได้เป็นอย่างดี รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจด้านการลงทุนอยู่แล้วแต่ต้องการคำปรึกษาหรือบทวิเคราะห์การลงทุนเชิงลึก เพื่อตอบโจทย์การลงทุนขั้นสูง เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์การลงทุนเฉพาะบุคคล 



ทำไมการลงทุนต้องมีที่ปรึกษา



“จากผลการทำวิจัย ลูกค้าส่วนใหญ่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่ลงทุน อาจเป็นเพราะไม่มีเวลาติดตามข้อมูล ไม่มีเวลาศึกษา หรือหาข้อมูลการลงทุน ไม่เข้าใจในเงื่อนไข หรือตัวเลือกของการลงทุน ทำให้ไม่กล้าเสี่ยง” 


คุณศรชัยเริ่มต้นอธิบายถึงพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่ม Wealth หรือกลุ่มลูกค้าที่มีเงินฝากหรือสินทรัพย์กับธนาคารตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้าของไทยพาณิชย์จะแบ่งออกเป็น SCB PRIME คือผู้ที่มีสินทรัพย์ 2 ล้านบาทขึ้นไป, SCB FIRST คือผู้ที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และ SCB PRIVATE BANKING คือผู้ที่มีสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้ากลุ่ม Wealth ไม่มีเวลาในการหาความรู้หรือทำความเข้าใจในเรื่องการบริหารเงินหรือสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเพียงพอ ให้เพิ่มมูลค่าได้ไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น จึงต้องการที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนมาเป็นตัวช่วย

“ความเสี่ยงจากการลงทุนสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ ถ้าลูกค้ามีความเข้าใจเทคนิคการจัดพอร์ต และการบริหารความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเก็บเงินไว้เฉยๆ แบบไม่ลงทุนใดๆ ก็ตาม ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะมูลค่าการเติบโตของเงินจะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าของเงินอาจลดน้อยลงในอนาคตได้”

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ายังไม่กล้าลงทุน และเลือกทิ้งเงินไว้ในบัญชีธนาคาร คือการขาดความเข้าใจและมั่นใจในการลงทุน ซึ่งบางครั้งเกิดจากข้อมูลที่มากเกินไปในปัจจุบัน ไม่รู้อันไหนน่าเชื่อถือ  ไม่ใช่เพราะมีข้อมูลให้ศึกษาไม่เพียงพอ แต่เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลไหนถูกต้องที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

ทั้งที่จริงๆแล้วการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามศักยภาพที่ตนเองสามารถรับความเสี่ยง และความต้องการในด้านอื่นๆได้ จึงทำให้สิ่งที่ลูกค้ากลุ่ม Wealth ต้องการคือบริการที่ปรึกษาดีๆ ที่ช่วยให้คำแนะนำในการลงทุนอย่างเหมาะสมที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยลูกค้าทั้ง 3 กลุ่มของ SCB Wealth นี้ จะได้รับข้อมูลบทวิเคราะห์การลงทุนพร้อมอัพเดทสถานการณ์การลงทุนส่งเป็นประจำผ่านทางอีเมล์





SCB CIO Office เป็นใคร


SCB CIO Office หรือทีมวิเคราะห์เศรษฐกิจและข้อมูลด้านการลงทุน  เป็นคลังสมองอัพเดตข่าวสารการเงินการลงทุนตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อประมวลผลและให้คำแนะนำ สร้างกลยุทธ์ และพอร์ตการลงทุนแก่ลูกค้า SCB Wealth

SCB CIO Office เป็นทีมมืออาชีพที่มีประสบการณ์มาจากการเป็นผู้จัดการกองทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้วางแผนการลงทุน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อตอบโจทย์การให้บริการที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ครอบคลุมบริการการให้คำแนะนำด้านการลงทุน มีการวิเคราะห์พอร์ตและการจัดพอร์ตการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในทรัพย์สินต่างๆ (Asset Allocation)  ปรับสัดส่วนการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุน โดยคำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาด ทั้งในประเทศและทั่วโลกด้วย โดยให้บริการแนะนำทิศทางการลงทุนแบบรายบุคคล ทั้งจากทีม Investment Consultant และ Personal banker ประจำตัวลูกค้า wealth ของธนาคาร ควบคู่กับการใช้เครื่องมือ Digital Platform อย่างเช่น wPlan (app) ซึ่งเป็น Robo Advisory ในการวางแผนทางการเงินการลงทุนให้กับลูกค้าผ่านผู้แนะนำการลงทุน โดยจะสร้างประสบการณ์แนะนำการลงทุนแบบใหม่ที่สะดวกสบาย พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบถ้วนให้กับลูกค้า 

คุณศรชัยยืนยันว่า “คำแนะนำจาก SCB CIO Office เหมาะกับลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะมีความรู้ในการลงทุนมากน้อยเพียงใด มีความเสี่ยงที่รับได้ในระดับไหน และที่สำคัญคือมุมมองการลงทุนที่เป็นกลาง อยู่ข้างนักลงทุนเสมอ” โดยแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งจาก SCBAM และจาก บลจ. อื่น ซึ่งปัจจุบันมี 8 บลจ. โดยคำนึงถึงสิ่งที่เหมาะสม และความต้องการของลูกค้าเป็นตัวตั้ง  


ลูกค้าสามารถใช้บริการ SCB CIO Office ได้อย่างไรบ้าง




SCB CIO Office หรือทีมวิเคราะห์เศรษฐกิจและข้อมูลด้านการลงทุน  เป็นคลังสมองอัพเดตข่าวสารการเงินการลงทุนตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อประมวลผลและให้คำแนะนำ สร้างกลยุทธ์ และพอร์ตการลงทุนแก่ลูกค้า SCB Wealth

SCB CIO Office เป็นทีมมืออาชีพที่มีประสบการณ์มาจากการเป็นผู้จัดการกองทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้วางแผนการลงทุน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยว

การบริการของ SCB CIO Office ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ประทับใจ คือการให้คำปรึกษาส่วนตัวแบบ exclusive ผ่าน VDO Conference สามารถแลกเปลี่ยนทัศนะและขอคำปรึกษาในเชิงลึกได้ ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นนักลงทุนระดับเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์มาก่อนแล้วก็ตาม SCB CIO Office ก็พร้อมให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสมที่สุด

“เรามีการให้คำปรึกษาควบคู่กับการใช้เครื่องมือ Digital Platform เป็น application Robo Advisory ชื่อ wPlan ในการวางแผนทางการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบถ้วนให้กับลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์แนะนำการลงทุนรูปแบบใหม่ที่สะดวกสบายและตรงใจลูกค้ามากขึ้น”

และหนึ่งในบริการวิเคราะห์การลงทุนสุดพิเศษของ SCB CIO Office คือการคัดเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างเป็นกลาง ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งจาก SCB และบริษัทในเครือที่เหมาะสมและดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น พันธบัตร, หุ้นกู้, Structured Noted, กองทุนรวม รวมไปถึงตราสารอื่น  ซึ่งลูกค้า SCB Wealth สามารถเลือกซื้อกองทุน ที่ลงทุนในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก จาก 8 บลจ. ได้แก่ Phatra AM, UOBAM, Aberdeen AM, CIMB- Principal AM, ONEAM , KTAM, Manulife AM, และ SCBAM  ซึ่งล้วนแต่เป็นกองทุน ที่ SCB CIO Office คัดสรรมาให้แล้ว เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการลงทุนได้ว่ามีคนช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ถือเป็นความพิเศษเพื่อลูกค้า SCB Wealth โดยเฉพาะ


ติดต่อรับบริการกับ SCB CIO Office ผ่าน VDO Conference ได้ที่ SCB Investment Center ทุกสาขา
ทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 13.30 – 17.30 น.


สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่  www.scb.co.th/investmentcenter


Credit: The Matter